|
เนื่องจากฟันปลอมแบบทั่วไปใช้สันเหงือกเป็นฐานรองรับ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของสันเหงือกก่อให้เกิดการหลวมของฟันปลอมได้ ซึ่งทันตกรรมรากเทียมเพื่อรองรับแผงฟันปลอมเป็นการใช้รากเทียมเป็นเสายึดให้ความมั่นคงแก่แผงฟันปลอม เพิ่มความมั่นใจในการใช้งานให้แก่คนไข้ โดยสามารถทำได้ทั้งบนขากรรไกรบนและล่าง
 |
 |
 |
 |
รากเทียม 2 ตำแหน่ง+ Ball + แผงฟันปลอม |
รากเทียม 2 ตำแหน่ง + Bar + แผงฟันปลอม |
รากเทียม 4 ตำแหน่ง + Ball + แผงฟันปลอม |
รากเทียม 4 ตำแหน่ง + Bar + แผงฟันปลอม |
ประโยชน์ของการปลูกรากเทียมเพื่อรองรับแผงฟันปลอม
- ให้ความมั่นคงและรองรับการใช้งานได้ดีกว่าการใช้ฟันปลอมแบบธรรมดา
- ช่วยให้การออกเสียงและการสนทนาเป็นไปได้โดยสะดวกและชัดเจน
- ไม่มีปัญหาเรื่องความกังวลว่าฟันปลอมจะหลวมหรือหลุด
- สามารถเลือกรับประทานอาหารได้มากขึ้น ทั้งนี้ผู้ป่วยยังคงต้องระวังในการรับประทานอาหารที่แข็งหรือเคี้ยวยากเนื่องจากอาจทำให้ฟันปลอมชำรุดได้
- ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติกว่าการใส่ฟันปลอมแบบธรรมดาเนื่องจากไม่มีส่วนของฟันปลอมที่คลุมบนสันเหงือกหรือเพดานปาก
- สามารถถอดออกได้ และทันตแพทย์สามารถปรับแต่งใช้ฟันปลอมของผู้ป่วยเดิม ในกรณีที่เหมาะสม
- การรักษามีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าการปลูกรากเทียมเพื่อรองรับสะพานฟันแบบทั้งปาก
ทันตกรรมรากเทียมเพื่อใช้รองรับแผงฟันปลอมมี 2 ประเภท
- แบบแท่ง (Bar-retained) ใช้โลหะลักษณะแบบ ที่ได้รับการออกแบบตามความโค้งของขากรรไกรของผู้ป่วย ยึดลงบนรากเทียมที่ได้รับการปลูก 2 ถึง 5 ตำแหน่ง เพื่อรองรับแผงฟันปลอม
- แบบทรงกลม (Ball-retained) ใช้โลหะลักษณะคล้ายหัวหมุดทรงกลม ยึดลงบนรากเทียมที่ได้รับการปลูกอย่างน้อย 2 ตำแหน่ง เพื่อรองรับแผงฟันปลอม โดยหัวหมุดจะมีขนาดที่พอดีกับตัวยึดบนแผงฟันปลอม
โดยทั่วไปการรักษาด้วยทันตกรรมรากเทียมเพื่อรองรับแผงฟันปลอมจะใช้วัสดุอะครีลิกที่มีสีคล้ายเหงือกในการประดิษฐ์แผงฟันปลอม และเลือกใช้วัสดุอะครีลิกหรือเซรามิกในการประดิษฐ์ส่วนของฟันให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ
ขั้นตอนการปลูกรากฟันเทียมเพื่อรองรับแผงฟันปลอม
โดยทั่วไปรากเทียมจะใช้ปลูกบนกระดูกรองรับฟันด้านหน้าซึ่งมักมีความหนากว่าบริเวณฟันหลัง แม้ว่าฟันบริเวณจะได้รับการถอนไปนานแล้วก็ตาม นอกจากนั้นบริเวณฟันหลังยังมีเส้นประสาทและโครงสร้างที่เป็นปัจจัยซับซ้อนในการปลูกรากฟันเทียมอีกด้วย
ระยะเวลาในการรักษาขึ้นอยู่กับสภาพของกระดูกรองรับฟันของผู้ป่วยและปัจจัยในการรักษาต่างๆ โดยมีขั้นตอนการรักษาเหมือน การปลูกรากฟันเทียมแบบทั่วไป ดังนี้
 |
|
ขั้นตอนที่ 1
ทันตแพทย์จะทำการตรวจ วินิจฉัยและวางแผนการรักษา รวมทั้งพิจารณาความเหมาะสมในวิธีการรักษา |
 |
|
ขั้นตอนที่ 2 (กรณีที่จำเป็น)
การปลูกกระดูกมีความจำเป็นในกรณีที่ผู้ป่วยมีกระดูกรองรับฟันบางเกินไป ซึ่งผู้ป่วยจำเป็นต้องรอการสร้างตัวของกระดูกก่อนที่จะสามารถเข้ารับการปลูกรากเทียมได้ สำหรับกรณีที่ผู้ป่วยมีกระดูกรองรับฟันที่มีความหนาปานกลาง ทันตแพทย์สามารถทำการปลูกกระดูกได้พร้อมกับการปลูกรากเทียม |
 |
|
ขั้นตอนที่ 3
ทันตแพทย์ทำการปลูกรากเทียมบนกระดูกรองรับฟันและรอพักให้ร่างกายสร้างกระดูกเพื่อยึดรากเทียม ซึ่งใช้เวลาโดยทั่วไปประมาณ 2 เดือนหรือตามที่ทันตแพทย์เฉพาะทางเห็นเหมาะสม โดยในช่วงระหว่างนี้ผู้ป่วยสามารถสวมใส่ฟันปลอมเดิม (ถ้ามี)ที่ได้รับการปรับแต่ง หรือฟันปลอมแบบชั่วคราวได้ |
 |
|
ขั้นตอนที่ 4
ขั้นตอนสุดท้ายหลังจากที่กระดูกรองรับฟันยึดรากฟันเทียมดีแล้ว ทันตแพทย์จะทำการพิมพ์ปากเพื่อทำฟันปลอมแล้วยึดบนตัวยึดทรงกลมหรือแบบแท่งบนรากฟันเทียม พร้อมทำการปรับแต่งเพื่อความเหมาะสม |
การรักษาด้วยการปลูกรากเทียมเพื่อรองรับแผงฟันปลอมนั้นผู้ป่วยสามารถถอดฟันปลอมออกได้ กรณีที่ผู้ป่วยสนใจการรักษาแบบยึดติดถาวร กรุณาดูข้อมูลและรายละเอียดการรักษาด้วย การปลูกรากฟันเทียมพร้อมสะพานฟันแบบทั้งปาก
ตัวอย่างภาพของผู้ป่วยที่เข้ารับการปลูกรากเทียมเพื่อใช้รองรับแผงฟันปลอมที่ศูนย์ทันตกรรม BIDC
ดู ตัวอย่างและผลการรักษาด้วยการปลูกรากฟันเทียม ของผู้ป่วยที่เข้ารับการปลูกรากเทียมที่ศูนย์ทันตกรรม BIDC
หัวข้อใกล้เคียง
|